หุ้นยุโรปปิดบวกเพิ่มขึ้น 2.57 จุด ขานรับผลประกอบการสดใส

หุ้นยุโรป : หุ้นยุโรปปิดบวกเพิ่มขึ้น 2.57 จุด ขานรับผลประกอบการสดใส

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (26 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับการรายงานผลประกอบการที่สดใสของบริษัทจดทะเบียนในยุโรป และการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งได้บดบังความวิตกของนักลงทุนเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีการขยายมาตรการล็อกดาวน์ในหลายๆ ประเทศที่เผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีการกลายพันธุ์

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดที่ 407.70 จุด เพิ่มขึ้น 2.57 จุด หรือ +0.63%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,523.52 จุด เพิ่มขึ้น 51.16 จุด หรือ +0.93%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,870.99 จุด เพิ่มขึ้น 227.04 จุด หรือ +1.66% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,654.01 จุด เพิ่มขึ้น 15.16 จุด หรือ +0.23%

ตลาดหุ้นยุโรปได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของยุโรปที่ปรับตัวขึ้นตามหุ้นกลุ่มเดียวกันในตลาดหุ้นสหรัฐ

ขณะที่หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปปรับตัวขึ้นท่ามกลางสัญญาณบ่งชี้ถึงภาวะขาดแคลนชิปทั่วโลก

หุ้นฟิลิปส์ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีด้านสุขภาพของเนเธอร์แลนด์ พุ่งขึ้น 2.5% หลังรายงานผลกำไรไตรมาส 4 เพิ่มขึ้น 7% ขณะที่การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงกระตุ้นความต้องการใช้อุปกรณ์การแพทย์เพื่อรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19

หุ้นซีเมนส์ เอ็นเนอร์จี บวก 1.6% หลังรายงานผลกำไรสำหรับงบการเงินไตรมาสแรก

บรรดานักวิเคราะห์ระบุว่า การเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาด โดยบริษัทที่เปิดเผยผลประกอบการต่ำกว่ามีแนวโน้มที่จะกดดันราคาหุ้น ufabet

 

“หุ้นยุโรป”ความน่าสนใจที่หลายคนมองข้าม

“ไปลงทุนในหุ้นยุโรปกันเถอะ” เชื่อว่าหลายคนที่ได้ยินประโยคนี้ คงนึกส่ายหน้าอยู่ในใจและแทบจะอุดหูไม่อยากฟังต่อ เนื่องจากยังคงมีมุมมองในเชิงลบต่อปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในยุโรป

โดยทั่วไปแล้ว ดัชนีหุ้น เป็นหนึ่งในตัวชี้นำเศรษฐกิจ หรือที่เรียกกันว่า Leading Indicator ซึ่งจะเป็นตัวบ่งบอกทิศทางแนวโน้มของเศรษฐกิจในอนาคต นั่นหมายความว่า เมื่อมีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้น ตลาดหุ้น มักจะปรับตัวขึ้นนำไปก่อน (แม้ว่าปัจจุบันเศรษฐกิจอาจจะยังไม่ดีก็ตาม)

ในกรณีของยุโรป จะเห็นได้ว่า แม้เศรษฐกิจยุโรปในปี 2556 นี้ จะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่เมื่อเทียบกับปี 2555 ก็นับว่ามีภาพรวมที่ดีขึ้น ดังนั้น เมื่อตลาดคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในปีนี้จะดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้ตลาดหุ้นยุโรปในปีที่ผ่านมาปรับตัวดีขึ้น ในเมื่อดัชนีหุ้นเป็นหนึ่งในดัชนีชี้นำที่สำคัญสำหรับเศรษฐกิจ จึงนำมาสู่คำถามที่ว่า แล้วปีหน้าเศรษฐกิจยุโรปจะเป็นอย่างไร และจะส่งผลต่อการลงทุนในปีนี้อย่างไร

แม้ว่าเศรษฐกิจของยุโรปในภาพรวมจะยังคงเติบโตได้ค่อนข้างช้า ขณะที่การแก้ไขปัญหาหนี้ก็ดูเหมือนว่าจะยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ แต่ก็เชื่อได้ว่าเศรษฐกิจยุโรปน่าจะผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว และน่าจะมีแนวโน้มที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้คาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ยุโรปในปี 2556 ซึ่งจะหดตัวลง-0.60% นั้น จะสามารถกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้ 0.90% ในปี 2557 ขณะที่ตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของยุโรป ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาอยู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี รวมไปถึงดัชนีราคาภาคการผลิตหรือ PMI ซึ่งใช้ชี้วัดปริมาณธุรกิจทั้งในภาคผลิตและภาคบริการ ซึ่งได้ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องติดต่อกันหลายเดือน โดยล่าสุด ปรับขึ้นมาแตะระดับเหนือ 50 จุด ซึ่งแสดงถึงการขยายตัวในภาคธุรกิจเป็นครั้งแรกในรอบ 18 เดือน

นอกจากนี้ นโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งเริ่มผ่อนคลายความเข้มงวดในการคุมการขาดดุลงบประมาณของประเทศสมาชิกลงเพื่อให้การบริโภค การลงทุน และการส่งออกของประเทศสมาชิกได้ฟื้นตัวขึ้นมา รวมถึงการคงนโยบายดอกเบี้ยต่ำอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจากปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมา 0.25% ในเดือน พ.ค. 2556 มาอยู่ที่ระดับ 0.50% ก็เป็นปัจจัยเสริมอีกแรงที่จะช่วยทำให้เศรษฐกิจยุโรปสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงแผนการจัดตั้ง “สหภาพการธนาคาร” โดยเชื่อว่าน่าจะจัดตั้งได้สำเร็จในปี 2557 นอกจากนี้ ยังมีความคืบหน้าในการจัดตั้งกองทุนที่จะตั้งขึ้นเพื่อใช้ป้องกันเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินต่อสถาบันการเงิน ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยลดผลกระทบจากความเสี่ยงระหว่างเศรษฐกิจ ฐานะการคลังและฐานะของสถาบันการเงิน ออกจากกันอย่างชัดเจน

จะเห็นได้ว่า แนวโน้มเศรษฐกิจยุโรปในอนาคต เริ่มส่งสัญญาณที่ดี จึงไม่น่าแปลกใจว่า ตลาดหุ้นยุโรปในปีนี้ ได้เริ่มทยอยปรับตัวขึ้นมาก่อนแล้ว ซึ่งหากพัฒนาการและความคืบหน้าในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในยุโรปสามารถแก้ไข และเติบโตได้อย่างต่อเนื่องตามที่ได้กล่าวไว้ ก็จะทำให้ตลาดยุโรปเป็นอีกตลาดทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าระดับราคาหุ้นของตลาดยุโรปปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ คือซื้อขายกันที่สัดส่วนราคาต่อกำไรหรือพีอี ประมาณ 12 เท่า ขณะที่ค่าเฉลี่ย 10 ปีอยู่ที่ประมาณ 13.9 เท่า นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียนยุโรปรายใหญ่ มักจะเป็นบริษัทข้ามชาติ ที่ไม่ได้มีรายได้จากในประเทศยุโรปเพียงอย่างเดียว โดยจากการศึกษาของมอร์แกนสแตนเลย์ พบว่าบริษัทยุโรปที่อยู่ในดัชนีหุ้น MSCI World Index มีรายได้จากนอกประเทศถึงกว่า 50%

ดังนั้น แม้ภาวะเศรษฐกิจยุโรปจะยังไม่ฟื้นอย่างเต็มที่ แต่เศรษฐกิจโลกในภาพรวม ยังสามารถขยายตัวได้ ซึ่งก็จะส่งผลบวกต่อผลประกอบการของบริษัทยุโรป และนำส่งไปถึงผลการดำเนินงานของหุ้นยุโรปเช่นเดียวกัน

Be the first to comment on "หุ้นยุโรปปิดบวกเพิ่มขึ้น 2.57 จุด ขานรับผลประกอบการสดใส"

Leave a comment

Your email address will not be published.


*