เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดบวก 7.63 จุด ปรับตัวตามตลาดหุ้นเอเชีย

หุ้นจีน

หุ้นจีน : เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดบวก 7.63 จุด ปรับตัวตามตลาดหุ้นเอเชีย

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดบวกในวันนี้ ตามทิศทางตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่พากันปรับตัวขึ้นขานรับตลาดหุ้นสหรัฐที่พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งเมื่อคืนนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาทิศทางอัตราดอกเบี้ยในจีน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะสภาพคล่องตึงตัวในประเทศ

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดที่ 3,509.49 จุด เพิ่มขึ้น 7.63 จุด หรือ +0.22% ufa

‘หุ้นจีน’ ว่าที่ตลาดการเงินใหม่ของโลก

พลิกทุกความคาดหมาย เมื่อหุ้น IPO ที่นักลงทุนทั่วโลกรอคอย และว่ากันว่ามีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ของ ANT Group ถูก ก.ล.ต. ของจีนสั่งระงับการซื้อขาย เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

โดย China Securities Regulatory Commission หรือ ก.ล.ต. จีน บอกว่า ทางผู้บริหารของ ANT Group บริษัทฟินเทคที่มี Alibaba ถือหุ้นอยู่ 33% ได้รายงานการเปลี่ยนแปลงในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์เทคโนโลยีทางการเงิน ส่งผลให้ทางก.ล.ต. จีนมองว่า ANT Group ยังไม่ผ่านเงื่อนไขสำหรับแผน IPO และกฎเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูล[1]

เราคงต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวของ ANT Group ต่อไป ว่าจะผลักดันแผนการ IPO ของตัวเองให้สามารถเข้าซื้อขายในเซี่ยงไฮ้และฮ่องกงได้หรือไม่

แต่ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร การที่หุ้นจีนจะ IPO ด้วยมูลค่าที่สูงถึง 3.45 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นมูลค่าการ IPO ที่สูงแซงบริษัทน้ำมัน Saudi Aramco และ Alibaba และสูงที่สุดในโลกนี้ สะท้อนศักยภาพของ ‘หุ้นจีน’ ได้เป็นอย่างดี ในการก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดการเงินของโลกในอนาคต

ในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา จีนมีความพยายามอย่างมาก ในการที่จะก้าวขึ้นมาเป็น 1 ในมหาอำนาจของโลกในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นศูนย์กลางทางการเงินและอุตสาหกรรมการผลิต รวมทั้งมองการณ์ไกลไปถึงการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี ซึ่งจีนเองก็เชื่อมั่นในศักยภาพตัวเองมากเลยทีเดียว

นั่นก็เพราะ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ (อันดับ 3 ของโลก) และจำนวนประชากร (อันดับ 1 ของโลก) ส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) ที่สะท้อนภาพความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ ก็เป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นรองแค่มหาอำนาจยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

ปี 2563 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) ประเมินว่า จีนมีมูลค่า GDP เท่ากับ 15.22 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ นี่ยังไม่รวมไต้หวัน มาเก๊า และฮ่องกง ส่วนสหรัฐอเมริกา ยังมีขนาด GDP มากที่สุดในโลก ที่ 20.81 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ[2]

ความน่าสนใจของเศรษฐกิจจีน คือ IMF ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของเศรษฐกิจจีน ในรายงาน ‘World Economic Outlook’ เดือนตุลาคม IMF คาดว่า ปี 2563 เศรษฐกิจจีนจะขยายตัวที่ 1.9% และก้าวกระโดดเป็น 8.2% ในปี 2564 ท่ามกลางความเปราะบางของเศรษฐกิจโลก จากการแพร่ระบาด Covid-19 โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลก IMF คาดว่า เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาจะติดลบ 4.3% ปีนี้ และปีหน้าจะฟื้นตัวเป็น 3.1% เท่านั้น[3]

ทั้งๆ ที่ประเทศจีนคือ ต้นกำเนิดของการแพร่ระบาด Covid-19 แต่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว กลายเป็นว่า เศรษฐกิจจีนยังรักษาความแข็งแกร่ง สามารถเติบโตได้ ขณะที่ประเทศอื่นๆ ทั่วโลก แทบจะทุกข์ระทมกับเศรษฐกิจขาลง ไทยเราเองก็ไม่ได้รับการยกเว้น

ด้วยเหตุผลเศรษฐกิจฟื้นตัวได้นี่เอง ‘หุ้นจีน’ จึงได้รับความสนใจและถูกพูดถึงจากนักลงทุนทั่วโลก หลังคลายล็อกดาวน์ ‘ตลาดหุ้นจีน’ ก็พลิกกลับมาเป็นบวก สะท้อนภาพเม็ดเงินจากทั่วโลกที่กำลังไหลเข้าในตลาดการเงินของจีน

ทำความรู้จักกับ ‘ตลาดหุ้นจีน’

นโยบายของทางการจีนผลักดันให้บริษัทรายใหม่ เข้าจดทะเบียนซื้อขายใน ‘ตลาดหุ้นจีน’ ซึ่งประกอบด้วยตลาดหลักทรัพย์ใหญ่ 2 แห่ง คือ เซี่ยงไฮ้ (Shanghai Stock Exchange: SSE) กับเซินเจิ้น (Shenzhen Stock Exchange: SZSE)

มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า Market Cap ของ SSE และ SZSE สิ้นปี 2562 อยู่ที่ 4.026 และ 2.504 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ และเป็นอันดับที่ 5 และ 9 ของโลก อ้างอิงจากรายงานของ World Federation of Exchanges[4]

ด้วยความที่เป็นประเทศใหญ่ แม้จะมีสกุลเงินหลักคือ ‘หยวน’ แต่ไม่ได้มีแค่จีนแผ่นดินใหญ่เท่านั้น ยังมี ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน ที่เปรียบเสมือนเขตการปกครองพิเศษ ต่างมีสกุลเงินเป็นของตัวเอง ดังนั้น ‘ตลาดหุ้นจีน’ จึงมีหุ้นหลายกลุ่ม ดัชนีอ้างอิงมากมาย และซื้อขายกันหลายสกุลเงินอีกด้วย

Be the first to comment on "เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดบวก 7.63 จุด ปรับตัวตามตลาดหุ้นเอเชีย"

Leave a comment

Your email address will not be published.


*